แนวทางสร้าง'ความมั่นคงทางอาหาร' ในภาวะวิกฤต

Created
วันอังคาร, 21 เมษายน 2569
Created by
น้ำผึ้ง หัสถีธรรม
Categories
บทความ
 

VegetablePlotNonthaburi

ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทั้งเพลิงสงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าจะมอดดับ ภาวะโลกร้อนที่ทำให้อากาศแปรปรวนจนคาดเดาไม่ได้ หรือความทรงจำอันเจ็บปวดจากการล็อกดาวน์ช่วงโควิด-19 ที่เคยทำให้เชลฟ์ในซูเปอร์มาร์เก็ตว่างเปล่า สิ่งเหล่านี้กำลังตะโกนบอกเราว่า "โลกใบเดิมที่เคยมั่นคงไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป"

คำถามสำคัญที่ดูเหมือนจะง่ายแต่ตอบยากที่สุดในนาทีนี้คือ "ถ้าพรุ่งนี้ระบบทุกอย่างหยุดชะงัก เราจะเอาอะไรกิน?" มาหาคำตอบด้วยการสำรวจความพร้อมของตัวเองผ่านมุมมองของ ดร.สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงคุณวุฒิของ สสส.

"คนเมือง" คือกลุ่มที่เปราะบางที่สุด: เมื่อเงินในบัญชีอาจซื้อข้าวไม่ได้สักจาน

หลายคนดิ้นรนเหาเงินมาทุ่มซื้อคอนโดใจกลางเมืองเพื่อแลกกับความสะดวกสบาย แต่ในยามวิกฤต "คนเมืองคือกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด" เพราะเราตัดขาดจาก "ฐานการผลิตอาหาร" อย่างสิ้นเชิง ลองเปรียบเทียบกับวิถีคนชนบทที่มักถูกมองว่ายากจน มีรายได้น้อยกว่า แต่พวกเขามี "ความมั่งคั่งที่กินได้" ทั้งนาข้าว บ่อปลา และเล้าไก่หลังบ้าน คนอีสานสมัยก่อนปลูกข้าวเพื่อให้เต็มยุ้งก่อน เหลือค่อยขาย เงินคือเรื่องรอง แต่ท้องต้องอิ่มคือเรื่องหลัก

ในขณะที่คนเมืองพึ่งพาระบบขนส่งและซูเปอร์มาร์เก็ต 100% ดร.สง่าชี้ให้เห็น "มายาคติ" ที่เราละเลยนั่นคือระบบห่วงโซ่อาหาร (Supply Chain) หากราคาน้ำมันพุ่งสูงจนรถขนส่งขยับไม่ได้ หรือร้านสะดวกซื้อปิดตัว เงินเจ็ดหลักในบัญชีอาจไม่มีค่าเท่ากับไข่ไก่ไม่กี่ฟองหรือข้าวสารในถัง อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทางภาคอีสานที่เคยเป็นแหล่งปลูกข้าว (Food Crop) กำลังถูกรุกคืบด้วยพืชเศรษฐกิจอย่าง "สวนยางพารา" (Cash Crop) มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนี่คือสัญญาณอันตราย เพราะในวันที่โลกล่มสลาย "ยางพารากินไม่ได้ และอาจขายไม่ออก"  

มิติความมั่นคงทางอาหาร: มีกินอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้อง "ไม่ตายผ่อนส่ง"

คนไทยตื่นตระหนกกับสงครามที่อยู่ไกลตัว แต่อาจหลงลืมวิกฤตที่เกิดขึ้นทุกวันบนโต๊ะอาหาร  ดร.สง่า ชี้ให้เห็นวิกฤติที่ใกล้ตัวมากกว่า “ขนมกรุบกรอบที่ไม่มี อย. ปล่อยให้เด็กกินจนไตพัง ผักจากจีนที่ทะลักเข้าเชียงราย ซึ่งตรวจพบสารเคมีตกค้างเกือบ 100% แม้อาหารเหล่านี้จะมีปริมาณมหาศาลและราคาถูกมาก แต่นั่นไม่ใช่ความมั่นคง การมีอาหารเยอะแต่มันคือการกินเพื่อรอวันเป็นมะเร็ง สิ่งเหล่านี้คือความไม่มั่นคงทางอาหารในภาวะปกติที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงระเบิด" 

ความมั่นคงที่แท้จริงจึงเริ่มต้นจากการสร้าง "วินัยการกิน" และการสนับสนุนเกษตรปลอดภัยตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะรับศึกหนักในอนาคต  ดร.สง่า จำแนก ความมั่นคงทางอาหารออกเป็น 3 มิติ ที่ต้องเช็กให้ชัวร์ ได้แก่ ปริมาณต้องพอ: มีอาหารเพียงพอ ไม่ขัดสน ต้องปลอดภัย: อาหารที่มีอยู่นั้นต้องไร้สารเคมีปนเปื้อน และ ต้องมีทักษะโภชนาการ: มีความรู้ในการเลือกกิน ไม่ใช่กินจนอ้วนแต่ขาดสารสำคัญจนร่างกายทรุดโทรม

อย่างไรก็ตาม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง หรืออาหารแห้ง ที่อาจไม่ดีต่อสุขภาพเท่าอาหารสด แต่จะกลายเป็น "ฮีโร่ช่วยชีวิต" ทันทีในนาทีที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ดร.สง่าแนะหลักการว่า แม้จะเป็นอาหารตุนแต่ต้องมองให้ครบ 5 หมู่ เราไม่ควรตุนแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองหาแหล่งโปรตีนและวิตามินที่เก็บได้นานมาเสริม พร้อมทั้งแนะทักษะเอาตัวรอดฉบับคนเมืองชาวคอนโดที่ไม่มีที่ดิน ที่ทำได้จริงและเห็นผลทันที  

- เกษตรแนวตั้ง (Vertical Gardening): อย่าปล่อยระเบียงให้ว่าง ปลูก "ถั่วฝักยาว" ในกระถางแล้วให้เลื้อยขึ้นเพดาน หรือปลูก "สะระแหน่" ในกระถางแขวน แค่มีแสงแดดและใจใส่ คุณก็จะมีผักสดที่ปลอดภัยไว้ใส่ปลากระป๋องได้ตลอดเวลา

- Hack การเก็บข้าวสาร: ป้องกันมอดขึ้นด้วยภูมิปัญญาที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง คือการใส่ "ช้อนสแตนเลส" ลงไปในถังข้าวสาร หรือใช้ "พริกแห้งและใบมะกรูด" เพื่อไล่แมลง หรือจะกรอกข้าวสารใส่ขวดพลาสติกแล้วปิดฝาให้แน่น วิธีนี้จะช่วยยืดอายุข้าวสารได้นานหลายเดือนโดยไม่เสียของ

- Must-have List อาหารที่ควรมีติดบ้าน: ข้าวสารและวุ้นเส้น: พลังงานหลักที่ขาดไม่ได้ ถั่วเมล็ดแห้ง (ถั่วเขียว, ถั่วแดง, ถั่วเหลือง): คือแหล่ง "โปรตีนจากพืช" ที่ราคาถูกและเก็บได้นานปี ปลาแห้งและกุ้งแห้ง: แหล่งโปรตีนและแคลเซียมที่พกพาง่าย ปลาร้า: Superfood ในยามยาก เพราะอุดมด้วยโปรตีนและแคลเซียม นำมาปรุงกับไข่หรือผักที่ปลูกเองได้หลากหลายเมนูโดยไม่ต้องง้อซูเปอร์มาร์เก็ต

หากโลกถึงขั้นล่มสลายจนทำการเกษตรไม่ได้จริงๆ ดร.สง่ามองว่า "แมลง" เช่น รถด่วน (หนอนไม้ไผ่) จะกลายเป็นอาหารแห่งอนาคตและแหล่งโปรตีนสุดท้ายของมนุษยชาติ เนื่องจากพวกมันแพร่พันธุ์เร็วและให้พลังงานสูง

บทเรียนจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 สอนให้เรารู้ว่าสุดท้ายทุกอย่างมักจบลง "บนโต๊ะเจรจา" แต่น่าเสียดายที่มนุษย์มักลืมประวัติศาสตร์และปล่อยให้ความโลภนำทางจนวิกฤตเกิดซ้ำรอย ในขณะที่ผู้นำกำลังเจรจาเพื่อผลประโยชน์ ความหิวโหยไม่เคยรอใคร และมันไม่เคยปรานีคนที่ไม่มีความพร้อม วันนี้คุณพร้อมหรือยังที่จะดูแล "ความมั่นคง" บนจานอาหารของตัวเอง?

ที่มา : ไทยโพสต์ วันที่ 21 เม.ย. 2569

ผู้เขียน : น้ำผึ้ง หัสถีธรรม